/ บทความ

บทความ

เรตินอล (Retinol) คืออะไร

เรตินอล (Retinol) คืออะไร           เรตินอลคือวิตามินเอรูปแบบหนึ่ง เรตินอลคือส่วนประกอบที่ถูกนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวต่าง ๆ (เซรั่มและครีม) เพราะความสามารถที่สุดยอดของมันคือการสามารถเร่งการสร้างเซลล์ผิวใหม่และช่วยในเรื่องการสร้างคอลลาเจน ทำไมถึงใช้เรตินอล ?           เรตินอล จะช่วยต่อต้านริ้วรอยที่สามารถลดการปรากฏตัวของริ้วรอย ความเสียหายจากดวงอาทิตย์ จุดดำ และรอยเหี่ยวย่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งไม่เพียงแค่ช่วยต่อต้านสัญญาณของริ้วรอยที่บ่งบอกอายุหลังจากใช้ทุก ๆ วัน แต่ยังทำหน้าที่ในการป้องกันได้อีกด้วย           จากการศึกษาพบว่า การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีเรตินอล 0.1% (สำหรับการใช้เป็นประจำในระยะยาว) แสดงให้เห็นถึงผลลัพธ์ของการลดริ้วรอยที่ยอดเยี่ยม ซึ่งเห็นผลลัพธ์อย่างรวดเร็วในหนึ่งเดือน เรตินอลทำงานอย่างไร ?           เมื่อใช้เรตินอลกับผิว ร่างกายจะดูดซึม แตกตัว และเปลี่ยนเรตินอลเป็นกรดเรติโนอิก องค์ประกอบนี้สามารถส่งผลต่อโครงสร้างเซลล์ (กระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจน/เซลล์ใหม่) กระบวนการแปลงนี้ไม่ได้เกิดขึ้นทันทีเมื่อคุณใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีส่วนผสมของเรตินอลหรือเรตินอลครีม บางครั้งจะต้องใช้หลาย […]

อ่านต่อ...

ไฟโตเอสโตรเจน (Phytoestrogen) หาได้จากไหน เรามีคำตอบ ?

ไฟโตเอสโตรเจน (Phytoestrogen) หาได้จากไหน เรามีคำตอบ ?           ไฟโตเอสโตรเจน (Phytoestrogen) เป็นสารประกอบเคมีธรรมชาติที่พบได้ในพืช (phytonutreint)พบมากกว่า 300 ชนิด มีโครงสร้างและการออกฤทธิ์คล้ายคลึงฮอร์โมน เอสตราไดออล(estradiol)ที่ผลิตตามธรรมชาติในร่างกายมนุษย์ ไฟโตเอสโตรเจนไม่ใช่สารอาหาร เนื่องจากไม่ให้พลังงานและไม่มีผลต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย แต่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ (functional food) เนื่องจากมีโครงสร้างและการออกฤทธิ์ที่คล้ายคลึงฮอร์โมนเพศหญิง คือ เอสโตรเจน(estrogen)โดยออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลาง และกระตุ้นการเจริญของอวัยวะสืบพันธุ์           การบริโภคไฟโตเอสโตรเจน จึงอาจช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านมได้ รวมถึงการป้องกันการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงโรคกระดูกพรุนที่พบมากในสตรีวัยทอง ไฟโตเอสโตรเจน (Phytoestrogen) แบ่งออกเป็น 3 ชนิด คือ           1. Isoflavone(ไอโซฟลาโวน)สารกลุ่มนี้จะออกฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนเพศหญิงมาก เนื่องจากมีสูตรโครงสร้างคล้ายฮอร์โมนเพศ และสามารถจับกับตัวรับเอสโตรเจนในเซลล์(estrogen receptor)ได้ มีดังนี้     […]

อ่านต่อ...

ผิวกระจ่างใสด้วยคอลลาเจน

ผิวกระจ่างใสด้วยคอลลาเจน หากพูดถึงเรื่องคอลลาเจน หลายคนจะต้องนึกถึงเรื่องความขาวกระจ่างใส ความอ่อนเยาว์ของผิวพรรณเป็นอันดับแรกๆ น้อยคนที่จะรู้ว่าคอลลาเจนไม่ได้มีดีเพียงแค่เรื่องของผิวพรรณ แต่ยังมีความพิเศษและประโยชน์อีกมากมายที่ซ่อนอยู่ คอลลาเจนคืออะไร? Collagen คือเส้นใยโปรตีนชนิดหนึ่งที่ทำหน้าที่คล้ายกาวเกาะยึดส่วนต่างๆ ในร่างกาย เป็นองค์ประกอบหลักของผิวหนัง ขน และเส้นผม ช่วยให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่น คงความกระชับ เต่งตึง เรียบเนียน พบมากบริเวณกระดูกข้อต่อ กระดูกอ่อน รวมถึงเนื้อเยื่อต่างๆ ในร่างกาย เมื่อเรารับประทานโปรตีนจากเนื้อสัตว์ ปลา หรือผลิตภัณฑ์จากนมเข้าไป โปรตีนนั้นจะถูกย่อยสลายจนแตกตัว และก่อตัวขึ้นใหม่เป็นโปรตีนที่ช่วยในกระบวนการรักษาแผล ซ่อมแซมกล้ามเนื้อ เสริมสร้างความแข็งแรง ความยืดหยุ่น และเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิวหนัง ซึ่งนั่น คือคอลลาเจน คอลลาเจนกับผิวพรรณ ทำไมผู้หญิงหลายคนพูดถึงกันเยอะ ในช่วงอายุ 20 ต้นๆ ผิวหนังของคนเราจะประกอบด้วยคอลลาเจนประมาณ 75 เปอร์เซ็นต์ แต่ปัจจัยต่างๆ รอบตัว อาทิ • รังสี UV จากแสงแดด • ความเครียด • พักผ่อนไม่เพียงพอ • สูบบุหรี่ • รับประทานอาหารไม่ครบ […]

อ่านต่อ...

พิงค์ทัวมาลีน (Pink Tourmaline) คืออะไร มีประโยชน์อย่างไร??

พิงค์ทัวมาลีน (Pink Tourmaline) คืออะไร มีประโยชน์อย่างไร?? ทัวมาลีน (Tourmaline) เป็นแร่ที่มีความแข็งเท่ากับ 7 – 7.5 จัดเป็นแร่ที่อยู่กลุ่มของซิลิเกต คำว่า “ทัวร์มาลีน” มาจากคำว่า “ทุรมาลี” แปลว่า หินที่มีหลายสีปนกัน ทัวมาลีน (Tourmaline) เป็นอัญมณีที่มีหลากหลายสี แต่สีที่นิยมมากที่สุด คือ ทัวมาลีนสีชมพู (Pink Tourmaline) และ ทัวมาลีนสีเขียว (Green Tourmaline) ทัวมาลีนสีชมพู (Pink Tourmaline) ทัวมาลีนสีชมพูอาจจะเรียกว่าสีชมพูก็จริงแต่ว่าในความเป็นจริงแล้วมีตั้งแต่สีชมพูไปจนถึงแดงเข้ม แต่ด้วยความที่สีชมพูเป็นสีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดจึงเรียกกันว่าหินทัวมาลีนสีชมพู หินชนิดนี้เป็นหินอัญมณีที่อ่อนโยนและมีความสำคัญต่อผู้ที่สวมใส่ หินทัวมาลีนสีชมพูเป็นตัวแทนของความเป็นผู้หญิงและพลังของผู้หญิงตามสีชมพูของหิน คุณสมบัติของหินอัญมณีชนิดนี้คือช่วยผ่อนคลายจิตใจ ทำให้รู้สึกสบายและปลอดภัย หินทัวมาลีนสีชมพูเป็นหินที่มีความสำคัญในชีวิตของผู้ที่มีอาการซึมเศร้าและความวิตกกังวลต่างๆ เมื่อนำหินทัวมาลีนสีชมพูไปจับคู่กับหินทัวมาลีนสีดำยังสามารถช่วยทุเลาอาการของโรคย้ำคิดย้ำทำ หินชนิดนี้เปรียบได้กับตัวช่วยเปิดประตูสู่หัวใจและความรักและทำให้คุณรู้สึกมีความสุข คุณสมบัติของทัวมาลีนสีชมพู – ช่วยกระตุ้นผู้สวมใส่ให้เกิดความกล้าหาญไม่ย่อท้อมีจิตใจมุ่งมั่นในการกระทําอย่างไม่ย่อท้อ – กระตุ้นการหมุนเวียนของโลหิต – บำบัดผิว – ทําความสะอาดตับและม้าม – ทําให้ระบบประสาทผ่อนคลาย – ช่วยกระตุ้นผู้สวมใส่ให้เกิดความกล้าหาญไม่ย่อท้อมีจิตใจมุ่งมั่นในการกระทําอย่างไม่ย่อท้อ […]

อ่านต่อ...

จะเป็นอย่างไร ? หากร่างกายไม่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนแล้ว !!

จะเป็นอย่างไร ? หากร่างกายไม่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนแล้ว !! ผู้หญิงและผู้ชายจะมีฮอร์โมนเพศที่แตกต่างกันและการลดระดับของฮอร์โมนยังต่างกันอีกด้วย สำหรับผู้หญิงคนไหนที่แก่เร็ว นั่นก็เพราะเมื่ออายุขึ้น ฮอร์โมนเพศหญิงลดลงเร็วนั่นเอง ว่าแต่ฮอร์โมนชนิดนี้มีบทบาทสำคัญอย่างไร เอสโตรเจนคือ อะไร? เอสโตรเจน คือฮอร์โมนที่มีความสำคัญสำหรับผู้หญิง ทำให้ผู้หญิงมีความอ่อนหวาน ผิวพรรณเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวลเนียนนุ่มสดใส นอกจากนี้เอสโตรเจนยังมีผลกับอวัยวะภายในร่างกายแทบทุกระบบอีกด้วย โดยเฉพาะสมอง เพราะจะช่วยในเรื่องความจำ หัวใจกับตับ ช่วยควบคุมการผลิตคอเลสเตอรอล เป็นตัวช่วยที่ไม่ก่อให้เกิดเมือกไขมันอุดตันภายในเส้นเลือด ฮอร์โมนเอสโตรเจนกับอวัยวะภายในผู้หญิง ฮอร์โมนเอสโตรเจน เป็นฮอร์โมนผู้หญิงโดยเฉพาะ ฮอร์โมนชนิดนี้จะทำหน้าที่กระตุ้นให้เกิดการมาของประจำเดือนหรือส่งผลต่อมดลูก ทำให้เกิดการฝังตัวอ่อน ทำให้ช่องคลอดสามารถสร้างน้ำเมือกออกมา ดีต่อกระดูกจึงช่วยลดภาวะการเกิดกระดูกพรุนได้ เพราะฉะนั้น เมื่อผู้หญิงเข้าสู่วัยทองไปแล้วร่างกายจึงมีการเปลี่ยนแปลงไปทั้งหมด ส่งผลต่อด้านอารมณ์ จิตใจ เนื่องจากฮอร์โมนเอสโตรเจนมีผลต่อสมอง อาจทำให้มีปัญหาขี้หลงขี้ลืม ความจำเสื่อม เกิดภาวะกระดูกพรุน เพราะมีผลมาจากกระดูกด้วยนั่นเอง ฮอร์โมนเอสโตรเจนจึงนับเป็นฮอร์โมนสำคัญที่ช่วยป้องกันโรคได้ เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคกระดูกพรุน หากร่างกายของผู้หญิงไม่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนแล้วก็ย่อมก่อให้เกิดอาการตรงข้ามกับข้อมูลที่เราชี้แจงไปดังกล่าวทั้งหมด ด้วยเพราะอายุที่มากขึ้น ทำให้ร่างกายมีการผลิตเอสโตรเจนน้อยลง โดยเฉพาะในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนด้วยแล้วยิ่งประสบกับปัญหาเหล่านี้อย่างแน่นอน จนทำให้มีปัญหาผมร่วงและหัวล้านตามมาได้ด้วย วิธีเสริมฮอร์โมนเอสโตรเจน ทำได้อย่างไรบ้าง? 1.รับประทานอาหารที่ช่วยเสริมสร้างฮอร์โมนเอสโตรเจน ได้แก่ น้ำมะพร้าว น้ำมะม่วงสุก เต้าหู้ น้ำเต้าหู้ ลูกพรุน […]

อ่านต่อ...

ปังไม่ไหว!!! เมื่อ…บำรุงผิวด้วยว่านหางจระเข้

ปังไม่ไหว!!! เมื่อ…บำรุงผิวด้วยว่านหางจระเข้ ว่านหางจระเข้ (Aloe Vera) คือ พืชชนิดหนึ่งที่ถูกจัดอยู่ในประเภทพืชล้มลุก สีเขียว มีลักษณะลำต้นเป็นข้อปล้อง ใบเดี่ยว ใบหนายาวและโคนใบใหญ่ ปลายแหลม ขอบใบมีหนามห่างกันเป็นระยะ เรียงเป็นชั้น ข้างในใบเป็นวุ้นใสสีเขียวอ่อน มีเมือกเหนียว สามารถออกดอกสีแดงอมเหลืองที่ปลายยอดได้ มีถิ่นกำเนิดมาจากแถบชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและตอนใต้ของทวีปแอฟริกา สามารถปลูกได้ง่ายในดินทราย หรือในกระถางก็ได้ เป็นพืชชอบน้ำ แต่ต้องมีทางระบายน้ำได้ดี ป้องกันไม่ให้อมน้ำมากเกินไปจนรากเน่า ว่านหางจระเข้มีสรรพคุณทางยา และใช้ในการรักษามานานหลายศตวรรษ วุ้นที่อยู่ภายในใบถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายในผลิตภัณฑ์เสริมความงาม ว่านหางจระเข้มีส่วนประกอบของวิตามิน เกลือแร่ กรดอะมิโน และสารต้านอนุมูลอิสระที่ทำงานต่อผิวของคุณได้อย่างน่ามหัศจรรย์ คุณอาจจะประหลาดใจหากพบว่านหางจระเข้มีประโยชน์ที่ดีต่อสุขภาพมากมาย 1. มีสารต้านอนุมูลอิสระที่มีคุณสมบัติยับยั้งแบคทีเรีย ว่านหางจระเข้มีสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพที่รู้จักกันในนามโพลีฟีน โพลีฟีนในว่านหางจระเข้สามารถช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดการติดเชื้อและการอักเสบ 2. ช่วยเร่งการรักษาจากการเผาไหม้ ว่านหางจระเข้เป็นที่นิยมมากในการเลือกใช้ทำเป็นยาโดยเฉพาะ การรักษาแผล แผลที่ถูกเผาไหม้ รวมทั้งผิวไหม้จากแดด จากการศึกษาทดลองทั้ง 4 ครั้งพบว่าว่านหางจระเข้สามารถลดระยะเวลาในการรักษาแผลจากการเผาไหม้โดยใช้เวลาประมาณเก้าวันเท่านั้นเมื่อเทียบกับการรักษาด้วยยาธรรมดา 3. ช่วยปกป้องริ้วรอย มีงานวิจัยที่พบว่าบางคนได้ใช้เจลว่านหางจระเข้ทาผิวเพื่อชะลอการเกิดริ้วรอย ในการศึกษาหนึ่งพบว่าผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า 45 ปีขึ้นไปจำนวน 30 คน พบว่าเจลว่านหางจระเข้แสดงถึงการเพิ่มการผลิตคอลลาเจนและเพิ่มความยืดหยุ่นของผิวในช่วงระยะเวลา 90 วัน […]

อ่านต่อ...